การอ่านในภาษาที่สองย่อมช้ากว่า นั่นเป็นเรื่องปกติ เพราะคุณต้องถอดรหัสคำศัพท์ ไวยากรณ์ และความหมายไปพร้อม ๆ กัน แต่ถ้าฝึกให้ถูกวิธี ความเร็วในการอ่านภาษาอังกฤษก็พัฒนาขึ้นได้อย่างรวดเร็ว มาดูวิธีกัน
ทำไมการอ่านภาษาอังกฤษถึงรู้สึกช้า
- การเปิดหาความหมายคำศัพท์ ทำให้จังหวะการอ่านสะดุดทุก ๆ ไม่กี่ประโยค
- การออกเสียงในใจมากเกินไป คือการค่อย ๆ สะกดคำที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งไปจำกัดความเร็วของคุณ
- การย้อนกลับไปอ่านซ้ำ เพื่อเช็กว่าเข้าใจถูกไหม รวม ๆ แล้วกินเวลาไปมาก
เป้าหมายไม่ใช่การข้ามความเข้าใจ แต่คือการกำจัดความสะดุด ส่วนเกิน ออกไป เพื่อให้คุณอ่านได้ที่ความเร็วเท่ากับที่คุณเข้าใจจริง ๆ
เคล็ดลับอ่านภาษาอังกฤษให้เร็วขึ้น
- สร้างนิสัยการอ่านที่ระดับของตัวเอง เลือกเนื้อหาที่ท้าทายแต่ยังพอเข้าใจได้เกือบทั้งหมด เพื่อไม่ต้องหยุดทุกบรรทัด
- อย่าเปิดหาความหมายทุกคำ ลองเดาจากบริบทก่อน แล้วค่อยเช็กเฉพาะคำที่ทำให้ไม่เข้าใจความหมายจริง ๆ วิธีนี้ช่วยรักษาจังหวะการอ่านเอาไว้
- ใช้ตัวช่วยกำกับสายตา การนำสายตาให้เคลื่อนไปข้างหน้า (ด้วยนิ้วหรือแอป) ช่วยลดการย้อนกลับไปอ่านซ้ำ
- ฝึกอ่านเป็นกลุ่มคำ อ่านคำหลายคำรวมกันเป็นวลี แทนที่จะอ่านทีละคำ
- ฝึกด้วยแบบฝึกสั้น ๆ ทุกวัน ฝึกอย่างจดจ่อเพียงไม่กี่นาที ได้ผลดีกว่าการอ่านยาว ๆ นาน ๆ ครั้ง
ฝึกด้วยแบบฝึก ไม่ใช่แค่การอ่านทั่วไป
การอ่านทั่วไปช่วยได้ก็จริง แต่แบบฝึกที่ เจาะจง จะเร่งความก้าวหน้าได้เร็วกว่า
- การกำกับจังหวะแบบ RSVP ฝึกให้อ่านได้เร็วขึ้นในจังหวะที่สม่ำเสมอ
- การเช็กความเข้าใจ ช่วยให้แน่ใจว่าความเร็วที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แลกมาด้วยความเข้าใจที่หายไป
- ตาราง Schulte ช่วยขยายขอบเขตการมองเห็นในครั้งเดียว
Acceleread รวมทั้งหมดนี้ไว้ในเซสชันสั้น ๆ แบบเกม เหมาะกับผู้เรียน ESL ที่อยากได้ทั้งโครงสร้างการฝึกและแรงจูงใจในแต่ละวัน อีกทั้งยังฝึกกับข้อความภาษาอังกฤษของคุณเองภายในแอปได้ด้วย
วัดความก้าวหน้าของคุณ
เริ่มด้วยการทำ แบบทดสอบความเร็วการอ่านฟรี เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อดูค่า WPM ปัจจุบันของคุณ แล้วกลับมาทดสอบซ้ำเรื่อย ๆ ระหว่างที่ฝึก การได้เห็นตัวเลขไต่สูงขึ้นเป็นแรงจูงใจชั้นดี และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการฝึกได้ผลจริง